Category Archives: ท่องเที่ยว

อาหารพารานากัน

singapore-0006

ในบทความตอนที่แล้วผมได้พูดถึงอาหารที่เรียกได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศสิงคโปร์ไปซึ่งก็คือข้าวมันไก่เชื่อว่าคนที่กำลังคิดจะไปทัวร์สิงคโปร์หลายท่านคงอาจจะกำลังวางแผนหาร้านข้าวมันไก่อร่อยๆ ที่นั่นทานอยู่แต่ถ้ายังไม่รู้จะหาเจ้าไหนรับประทานดี อยากให้ลองอ่านบทความในตอนนี้ก่อนครับเผื่อจะเปลี่ยนใจจากข้าวมันไก่มาเป็นอาหารที่ผมกำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ก็เป็นได้โดยอาหารที่ผมว่านี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า “พารานากัน”

               เมื่อเอ่ยถึงอาหารพารานากันแล้วนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์สิงคโปร์อาจจะยังไม่รู้จักว่ามันคืออะไรแต่สำหรับคนที่มีพื้นเพหรือรกรากตั้งถิ่นฐานอยู่ในสิงคโปร์ต้องร้องอ๋อกันเพราะเนื่องจากว่าเจ้าพารานากันนั้นก็คืออาหารพื้นเมืองของประเทศสิงคโปร์นั่นเอง

               อาหารพารานากันหรืออาหารนอนยานั้นล้วนแล้วแต่มีมีความละเอียดอ่อนตั้งแต่ในเรื่องกรรมวิธีการปรุง การเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลามากซึ่งการทำพารานากันนี้ถือเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่งของชาวสิงคโปร์เลยก็ว่าได้

ลักษณะของอาหารพารานากันนั้นจะเป็นอาหารที่เกิดจากการผสมผสานอาหารจีน, อาหารมาเลย์ และอาหารอินโดนีเซีย เข้าด้วยกันโดยใช้วัตถุดิบที่คนไทยคุ้นเคยกันดี อาทิเช่น กะปิ กะทิ พริก น้ำมะขามเปียก ฯลฯ ซึ่งอาหารที่ออกมาจะมีหน้าตาคล้ายๆ กับแกงต่างๆ ในบ้านเรา ส่วนที่มีแปลกตาออกไปอย่างเด็ดชัดก็มีให้เห็นบ้างประปราย

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์สิงคโปร์สามารถหาร้านอาหารพารานากันรับประทานได้ในบริเวณย่านกาตงและตลอดริมถนนจูเชียทในสิงคโปร์ครับ

ชมความยิ่งใหญ่ของโคลอสเซียม ( Colosseum)

europe-0006

วันนี้ทัวร์ยุโรปพาคุณชมความยิ่งใหญ่ของสถานที่สุดอลังกาล ใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมโบราณ คงได้รู้จักชื่อของโคลอสเซียมกันมาบ้าง  วันนี้เราจะกระชับพื้นที่ให้คุณได้ใกล้ชิดและรู้เรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวยุโรปแห่งนี้กัน

     โคลอสเซียม (อังกฤษ: Colosseum หรือ Flavian Amphitheatre; อิตาลี: Colosseo – โคลอสโซ)เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ. 80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบันโคลอสเซียม (COLOSSEUM) เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของเวสปาเรียน จักรพรรดิโรม พระองค์เริ่มครองราชย์ในปี ค.ศ.69 และด้วยความต้องการที่จะหล่อหลอมราชวงศ์ขึ้นใหม่สำหรับตระกูลของพระองค์ จึงริเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดมหึมาขึ้น โดยโคลอสเซียมเป็นส่วนหนึ่งในนั้น และนี่ทำให้โคลอสเซียมเป็นสนามกีฬาของโรมที่ใหญ่ที่สุดและแพงที่สุดเท่าที่มีการสร้างขึ้น ด้วยทรัพย์สินตั้งแต่โต๊ะไปจนถึงเชิงเทียนทองคำแท้ที่โรมปล้นมาจากการยึดพระวิหารที่เยรูซาเลม มันจุผู้คนได้ราว 55,000 คน และสร้างเสร็จในปี ค.ศ.80 เพื่อใช้แทนสนามกีฬาไม้ซึ่งถูกเผาไปในรัชสมัยของ จักรพรรดิเนโร ด้วยเทคนิคการสร้างชั้นเลิศของโรมที่ใช้คอนกรีตที่ทำมาจากทรายภูเขาไฟเท่านั้น จึงทำให้ สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โตซึ่งสูงถึง 160 ฟุตนี้ได้สำเร็จ เพราะมันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กลายเป็นวัสดุพิเศษและสามารถแข็งตัวได้แม้กระทั่งในน้ำ แม้จะมีขนาดใหญ่และจุคนได้มากมายขนาดนั้น แต่ด้วยโถงทางเดินและบันไดซึ่งนำไปสู่ทางเข้า 76 ช่องทางก็สามารถทำให้ผู้ชม 55,000 คน ไปสู่ที่นั่งของตนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ยังไม่รวมทางเดินใต้ดินที่เหมือนกับเขาวงกต ห้องโถงต่างๆ ที่มีไว้ให้นักสู้เตรียมตัวและเตรียมสัตว์ป่าให้พร้อม และเวทีที่ยกขึ้นด้วยรอกเพื่อปิดบังประตูกลบนพื้นสังเวียน ที่ช่วยความตื่นเต้นให้กับผู้ชม

ว่าด้วยเรื่องของอร่อยที่ฮ่องกง– ตอนที่ 2

hongkong-0006

ในตอนที่แล้ว ทัวร์ฮ่องกง พาไปชิมอาหารแล้วมา เสียงตอบกลับมาดีมาก เลยขอนำเสนอกันต่อถึงเมนูอาหารสุดอร่อย  ใครเตรียมพร้อมแล้วไปตระเวนกันต่อเลย 

  • ชีสเบอร์เกอร์ถ้าหาคุณอยากกินฟาสต์ฟู้ด แต่เบื่อหน่ายกับรสชาติที่พอกินได้ของแฮมเบอร์เกอร์ตามร้านทั่วๆไปแล้วล่ะก็ ลองนี่สิ ชีสเบอร์เกอร์สูตรฮ่องกง ต้นตำรับของร้าน Denmark Cake Shop ที่เคยเป็นที่นิยมก่อนที่ McDonald จะเข้ามาเปิดกิจการในฮ่องกง ชีสเบอร์เกอร์สูตรนี้จะมีส่วนที่เหมือนชีสเบอร์เกอร์ทั่วๆไปคือไส้ ที่มีเนื้อบด มายองเนส ชีส และซอสมะเขือเทศ แต่ที่ต่างจากสูตรทั่วๆไป คือตัวแป้งขนมปัง จะใช้ขนมปังแบบโฮมเมดสูตรฮ่องกง โดยใช้แป้งที่ปรุงรสพอสมควรไว้ก่อน และตัวขนมปังจะนุ่มและไม่หยาบ จะไม่แห้งเหมือนขนมปังเบอร์เกอร์ทั่วๆไปชีสเบอร์เกอร์   ร้านที่แนะนำ: ร้าน Denmark Cake Shop, G/F, 106 ถนน Leighton, Causeway Bay โทร +852 2576 7353
  •  แซนด์วิชไข่คนเมนูไข่คนที่นุ่มฟู ร้อนๆ หอมกรุ่น กับขนมปังแซนด์วิชประกบล่ะ ทั้งอร่อย รองท้องได้  ร้านที่แนะนำ: ร้าน Kwong Sing Café, 10 ถนน San Shing Avenue, Sheung Shui โทร +852 2670 4501

 

  • ขนมเปี๊ยะขนมดั้งเดิมของจีน มีมาแต่โบราณ ขนมเปี๊ยะสูตรดั้งเดิมจะใช้แป้งผสมมันหมูเป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อให้แป้งนั้นมีความแข็งเล็กน้อย ส่วนไส้ที่ใส่จะเป็นไส้ฟักผสมอัลมอนด์ที่มีรสหวาน แต่ไม่ทำให้อ้วน ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับนักกินที่รักสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังดีต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย ร้านที่แนะนำ: ร้านHang Heung, 64 ถนน Castle Peak, Yuen Long โทร +85 2479 2141

 

  • หมูสะเต๊ะจริงๆแล้วหมูสะเต๊ะมีต้นกำเนิดที่ประเทศอินโดนิเซีย แต่ที่นี่มีร้านหมูสะเต๊ะร้านหนึ่งชื่อว่าร้าน Shatin Inn ร้านนี้มีบริการหมูสะเต๊ะที่แตกต่างจากที่อื่นคือ แต่ละโต๊ะจะมีเตาถ่านให้ แล้วจะเสิร์ฟหมูสะเต๊ะที่ยังไม่ได้ย่างให้ลูกค้าได้ย่างตามใจชอบ เนื้อหมูติดมันที่หมักกับนมและผงกะหรี่ คลุกกับกะทิ นำมาย่างบนเตาถ่านส่งกลิ่นคละคลุ้งไปสามบ้านแปดบ้านเลยทีเดียว ร้านที่หากินได้: ร้าน Shatin Inn หลักไมล์ที่ 7.5 ถนน Tai Po, Tai Wai โทร +852 2691 1425

 

  • เนื้ออกวัวตุ๋นอกวัว หรือ บริสเก็ต หรือภาษาบ้านเราเรียกว่า เสือร้องไห้ คือเนื้อวัวส่วนที่อร่อยที่สุด เพราะเนื้อส่วนนี้จะไม่เหนียว และลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือจะมีลายมันแทรกอย่างเห็นได้ชัดเจน นำไปตุ๋นและเคี่ยวในซอสสูตรพิเศษจนเปื่อยนุ่ม ละลายเมื่อลิ้นสัมผัส ทานคู่กับบะหมี่เหลืองนวลร้อนๆ กลิ่นหอมของน้ำซุปแทรกกับกลิ่นซอสเนื้อตุ๋นช่างเข้ากันได้ดีซะเหลือเกิน ร้านที่หากินได้: ร้าน Kau Kee, ชั้น 1, 21 ถนน Gough, Sheung Wan โทร +852 2850 5967 ร้าน On Lee ร้านที่ 4 ชั้น 1 Tung Wong House 14-22 Shau Kei Wan Main Street East, Shau Kei Wan โทร +852 2560 6897

 

  • ห่านย่างสุดยอดของขึ้นชื่ออีกอย่างของเกาะฮ่องกง ที่ร้อยละ 90 ของนักท่องเที่ยวแนะนำว่าต้องโดนให้ได้ ห่านตัวใหญ่นำมาหมักพร้อมเครื่องเทศต่างๆ นำไปย่างด้วยไฟปานกลางจนหนังกรอบ เนื้อชุ่มไปด้วยไขมันส่งเสียงซี๊ดซ้าดชวนให้น้ำลายแตกฟอง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีอิ๊วดำหวานๆปนขมนิดๆพร้อมกับขิงดองตัดเลี่ยน เป็นอีกเมนูที่ถ้ามาฮ่องกงไม่ควรพลาดเด็ดขาด   ร้านที่หากินได้: ร้าน Yung Kee Restaurant ซึ่งเป็นร้านต้นตำรับห่านย่าง ตั้งอยู่ที่ 32 ถนน Wellington, Central โทร +852 2522 1624

 

  • ซาลาเปาเม็ดบัวเมนูไอเดียเด็ดที่เอาเม็ดบัวมาทำให้เป็นของหวาน เริ่มด้วยการเอาเม็ดบัวล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มแล้วบดให้เป็นแป้งเหนียวๆแล้วกรองด้วยผ้า เอาเฉพาะน้ำ จากนั้นนำมาผสมกับน้ำตาลแล้วเอาไปเคี่ยวให้เหนียวข้นจากนั้นก็เอาไปยัดไส้ซาลาเปา อาจจะเติมไข่เค็มเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้นก็ได้  ร้านที่แนะนำ: ไปจัดได้ที่ Lin Heung Tea House ที่ 160-164 ถนน Wellington, Central โทร +852 2544 4556.

 

  • ชานมตามปกติแล้ว ชาวจีนจะดื่มชาดำธรรมดา จนกระทั่งชาวอังกฤษเข้ามายึดเกาะฮ่องกงก็ได้นำประเพณีการดื่นชาผสมนมเข้ามาด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชานมก็กลายเป็นที่นิยมมากสำหรับชาวจีน ชาดำของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นและสรรพคุณทางด้านการแพทย์มากมาย ผสมกับนมสดและน้ำตาลทำให้รสชาตเข้มข้น หวานมัน เป็นที่ชื่นชอบของทุกเพศ ทุกวัย ร้านหาทานได้: หาได้ตามร้านชาทั่วไป

 

  • ข้าวอบหม้อดินเมนูระดับ 5 ดาวของเกาะฮ่องกงที่หาทานได้ยากอีกเมนู ข้าวผัดที่นำไปอบกับหม้อดินที่ให้ลูกค้าได้เลือกท็อปปิ้งหน้าต่างๆไม่ว่าจะเป็น กุนเชียง หมูหวาน หมูแดง และอื่นๆอีกมากมายตามใจชอบ อบกับเตาถ่านตามสูตรโบราณ กลิ่นหอมของข้าวที่ผสมกับเตาที่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของขนบประเพณีแบบเก่าๆที่ยังหลงเหลืออยู่ ร้านที่หากินได้: ไปโดนกันได้ที่ร้าน Kwan Kee Claypot Rice (ต้องโทรจองล่วงหน้า เนื่องจากมีลูกค้าเข้าร้านอยู่ตลอดเวลา) ร้านที่ 1Wo Yick Mansion ตั้งอยู่ที่ 263 ถนน Queen’s Road West, Western District โทร +852 2803 7209

 

  •  ทงคัตสึร้าน Tonkichi – Tonkichi คือร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกของเกาะฮ่องกง เป็นที่นิยมของชาวฮ่องกงด้วยเมนูทอดๆที่ขึ้นชื่ออย่างทงคัตสึ อาหารชุบแป้งทอดที่ตัวแป้งเป็นสูตรเฉพาะตัวที่สามารถรักษาความกรอบได้นานกว่าแป้งทอดทั่วๆไป ที่นี่มีของทอดให้เลือกตั้งแต่หอยนางรมไปจนถึงกุ้งก้ามกรามเลยทีเดียว โดยทงคัตสึของที่นี่จะชุ่มฉ่ำ แต่ไขมันต่ำด้วยวิธีการทอดที่เป็นความลับสุดยอดของร้านเลยก็ว่าได้ ร้านหาทานได้: ไปโดนความกรอบฉ่ำหวานแต่ไม่มันได้ที่ร้าน Tonkichi Tonkatsu Seafood อยู่ที่ 412 ช่องที่ 4 ที่ World Trade Center อยู่ที่ 280 ถนน Gloucester, Causeway Bay โทร +852 2577 6617.

 

  • สเต็ก ร้าน Louis’s Steak House – ที่ฮ่องกงมีร้านสเต็กมากมายเหมือนดอกเห็ด ผลพวงจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แต่ถ้าหากอยากจะหาร้านที่อร่อย กินแล้วเหาะได้ ต้องร้าน Louis’s Steak House ร้านนี้จะใช้เนื้อที่คุณภาพดีมาก ไม่เหนียว เนื้อจะนุ่มและชุ่มฉ่ำ ส่วนเกรวี่ที่ใช้ราดบานสเต็กจะปรุงใหม่ทุกวันและใช้เวลาเคี่ยวนานจนมีรสชาตที่เข้มข้นเฉพาะตัว   ร้านที่หากินได้: ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร Malaysia Building อยู่ที่ 50 ถนน Gloucester, Wan Chai โทร +852 2529 8933

หากยังไม่อิ่ม กรุณาติดตามกันในตอนต่อไป ทัวร์ฮ่องกงจะพาคุณไปพบกับความอร่อยกับอาหารฮ่องกงกันต่อจ้ะ

เรื่องเล่าตำนานผีญี่ปุ่น – ตอนที่ 2

japan-0006

ทัวร์ญี่ปุ่น มีโอกาสได้เที่ยวชมตามวัดหรืองานเทศกาลต่างๆของญี่ปุ่น อยู่หลายครั้งหลายหน  ต้องยอมรับว่าตำนานและความเชื่อต่างๆของชาวญี่ปุ่นนี่ สืบทอดกันมาได้อย่างยาวนานจริงๆ บางครั้งจะสะท้อนออกมาทางสิ่งที่พวกเขาเคารพสักการะ เช่น รูปปั้น ภาพวาดต่างๆ  วันนี้ทัวร์ญี่ปุ่นจะเริ่มพาคุณไปสัมผัสกับตำนานต่างๆของชาวญี่ปุ่นกัน

  • การาสุเทนกุ 天狗てんぐมักจะลงโทษคนชั่ว และผู้นำทรราชย์ สามารถเรียกพายุได้ เป็นสมุนของไดเทนกุ

การาสุเทนกุ หรือ นกสามขา (「天狗」, Tengu, 天狗) ความเชื่อเรื่องนกสามขาที่มีอยู่ทั้งในแถบญี่ปุ่นและเกาหลี โดยทางญี่ปุ่นเชื่อว่าการาสุเทนกุ มีภาพลักษณ์ของปีศาจร้าย และมักจะสร้างพายุเข้าโจมตีผู้คนเสมอๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ ถูกพายุถล่มบ่อยครั้ง การาสุเทนกุเป็นข้ารับใช้ของไดเทนกุ ซึ่งมักปรากฎภาพของไดเทนกุ ที่ล้อมรอบไปด้วยการาสุเทนกุ บางความเชื่อนั้นเชื่อว่าการาสุเทนกุไม่ได้เป็นผีร้าย ทั้งยังเป็นปีศาจที่รักสงบและสุภาพ แต่การกระทำร้ายๆนั้น เป็นเพราะการาสุเทนกุต้องทำตามคำสั่ง ของไดเทนกุ

ตามความเชื่อแล้ว การาสุเทนกุมีแต่เพศผู้ จะอาศัยอยู่ในป่าลึก เป็นผีที่คาดเดาไม่ได้ ตามเรื่องเล่ามักจะพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยาก บางครั้งมันจะลักพาตัวเด็กๆ ไปทิ้งไว้ในป่า แล้วเฝ้ามองเด็กที่หลงทางอยู่ในป่า แต่บางเรื่องเล่าผู้คนก็บอกว่าเมื่อใดที่หลงป่า ให้ขอร้องให้การาสุเทนกุช่วยแล้วมันจะนำทางออกจากป่าให้ได้ การาสุเทนกุยังชอบปล่อยข่าวลือ สร้างความวุ่นวายให้มนุษย์ แต่บางคนกลับเชื่อว่าการาสุเทนกุชอบสงคราม อีกทั้งมันยังเชื่อว่ามนุษย์ไม่ควรมีอำนาจมากเกินไป เหตุการณ์การประท้วงหรือสงครามในสมัยก่อน จึงมักโทษว่าเป็นฝีมือของการาสุเทนกุที่ปล่อยข่าวลือ

การาสุเทนกุสามารถเรียกพายุได้ เชี่ยวชาญมนต์มายา และวิชาแปลงกาย มีพละกำลังมากทั้งยังเจนจัดการรบ เป็นสมุนที่พึ่งพาได้ของไดเทนกุ ซึ่งเป็นเทนกุที่มีลำดับชั้นสูงกว่า ลักษณะของการาสุเทนกุคล้ายกับมนุษย์นก ซึ่งมักไปไหนมาไหนด้วยการบิน แต่ว่าไดเทนกุจะใช้วิธีเคลื่อนย้ายในพริบตา มากกว่าการบินถ้าเป็นระยะทางสั้นๆ

การาสุเทนกุชื่นชมผู้กล้าที่กล้าต่อกรกับผู้นำทรราชย์ การาสุเทนกุจะช่วยเหลือเหล่าผู้กล้า ให้สามารถสู้เพื่อความยุติธรรมได้ จึงมีคนเชื่อว่าการที่ชื่อเสียงของการาสุเทนกุเสียหาย เป็นเพราะเหล่าผู้นำทรราชย์ที่สูญเสียอำนาจใส่ความการาสุเทนกุ ดังนั้นแม้ว่าในยุคปัจจุบันมนุษย์จึงมีความยำเกรงการาสุเทนกุ บางครั้งถึงกับเรียกว่าเป็น เทพพยาบาท เมื่อใดที่มนุษย์ล่มหลงในอำนาจ หรือผิดคำสาบาน การาสุเทนกุจะออกมาจากเขาแล้วทำลายผู้นั้นให้สิ้น

มีเรื่องเล่าหนึ่งเล่าว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งที่สายตาย่ำแย่มาก เล็งอะไรไม่เคยแม่นยำเลย แต่ถูกการาสุเทนกุเข้าสิง และในฝันการาสุเทนกุได้สอนวิชาดาบให้กับเด็กผู้หญิงคนนั้น จนเธอกลายเป็นนักดาบที่ร้ายกาจและมีชื่อเสียง บางข่าวลือก็เล่าว่า เหล่าชิโนบิหรือนินจา คือเหล่าผู้ที่ได้รับการฝึกฝนวิชาจากการาสุเทนกุ

เรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการาสุเทนกุ คือ เรื่องราวของ มินาโมโตะ โนะ โยชิซึเนะ (Minamoto no Yoshitsune) ซึ่งเดิมชื่อว่าอุชิวากะมารุ เป็นลูกชายของ โยริโทโมะซึ่งเป็นเจ้าเมืองที่ถูกลอบสังหาร แต่อุชิวากะมารุได้รับการไว้ชีวิต อุชิวากะมารุจึงออกบวช และเร้นกายอยู่ในวัดแถบหุบเขาคุรามะ มีอยู่วันหนึ่ง อุชิวากะมารุได้ไปพบกับการาสุเทนกุเข้า การาสุเทนกุรู้สึกถูกชะตากับอุชิวากะมารุ จึงสอนเพลงดาบให้ จนอุชิวากะมารุเป็นนักดาบที่เก่งกาจ และสามารถรวบรวมกองกำลัง ชิงอำนาจกลับคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ และได้เป็น มินาโมโตะ โน โยชิซึเนะ

ในภาพยนต์เรื่อง จูมง นกสามขาเป็นสัญลักษณ์ของจูมง และเนื่องจากว่านกสามขากับการาสุเทนกุมีลักษณะที่คล้ายกัน ซึ่งภาพลักษณ์ของการาสุเทนกุไม่ค่อยดีนัก ทำให้ธิดาเทพยองมีอึนที่มองเห็นการมาของนกสามขาทำนายผิดพลาดไป คิดว่าจูมงจะเป็นกาลกีณีกับแคว้นพูยอ ต้องหาทางกำจัดเสีย ซึ่งธิดาเทพลืมไปว่าการาสุเทนกุยังมีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้กล้า ที่ลุกขึ้นต่อสู้กับผู้นำทรราชย์ ภายหลังธิดาเทพยองมีอึน จึงนับถือการาสุเทนกุเป็นเทพคุ้มครอง

นกสามขาที่มีลักษณะคล้ายกับการาสุเทนกุก็คืออีกาสามขา ยาตะการาสุ (八咫烏) ซึ่งเป็นนกประจำตัวของเทพีสุริยาอามาเทระสุและเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในปัจจุบัน

  • กัปปะ 河童かっぱมักจะแกล้งคนเป็นประจำ ชอบแข่งซูโม่ และชอบแตงกวามาก

กัปปะ (「河童」, Kappa, 河童) ผีญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง เป็นผีจำพวกพรายน้ำ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกบ ตัวสีเขียว แต่มีกระดองเต่าอยู่ข้างหลัง เท้ามีพังผืดทั้งเท้าหน้าและเท้าหลัง จมูกแหลม มีลักษณะศีรษะที่แบนและกลางกระหม่อมไม่มีผม เป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ตามหนองน้ำหรือแหล่งน้ำต่าง ๆ เชื่อว่า อาหารที่กัปปะชอบคือ แตงกวา ชอบเล่นซูโม่เพราะมีพละกำลังเยอะ ลักษณะพิเศษคือ มีจานอยู่บนหัวไว้เก็บน้ำ ซึ่งน้ำจะทำให้กัปปะมีพลังพิเศษ และมีพละกำลังมากขึ้น ในทางกลับกันถ้าสูญเสียน้ำไป กัปปะจะอ่อนแรงลงอย่างมาก ถึงขนาดที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ถึงแม้ว่ากัปปะจะมีรูปร่างพอๆกับเด็ก แต่ก็เป็นผีที่เอาชนะได้ยาก มันมีปากแหลมเหมือนนก ผิวเป็นเมือกลื่น อาจมีสีเขียว น้ำเงิน หรือแดง มือเป็นผังผืด ที่หลังจะมีกระดองเต่า มีขนดกทั่วตัว แขนขาของกัปปะยาว และยืดหยุ่นได้ เมื่อกัปปะขึ้นจากน้ำจะหมดฤทธิ์ จึงใส่น้ำไว้บนศีรษะที่แบนราบของตัวเอง ดังนั้นเมื่อพบเจอกับกัปปะให้ก้มคาราวะ เมื่อกัปปะคาราวะตอบ น้ำบนศีรษะจะหก ทำให้หมดฤทธิ์ และ อีกวิธี ก็คือ ให้เขียนชื่อตัวเอง ลงไปในแตงกวา แล้วขว้างลงไปในแม่น้ำ เมื่อ กัปปะ มาเจอแตงกวานี้เข้าก็จะกินอย่างเอร็ดอร่อย และ ก็จดจำชื่อ ที่อยู่บนแตงกวาด้วย คราวหน้าบังเอิญต้องเจอะเจอเจ้าของชื่อ กัปปะ ก็จะไม่ทำอันตรายอะไร ปัจจุบันมีซูชิชนิดหนึ่ง ไส้แตงกวา เรียกว่า “กัปปะ มากิ”

กัปปะมีความมั่นใจในพละกำลังตัวเองมาก มักจะท้ามนุษย์ในการแข่งซูโม่ จึงมีเรื่องเล่าว่า คนที่ฉลาดจะทำความเคารพกัปปะก่อนเริ่มการประลอง ด้วยการก้มศรีษะ แล้วกัปปะจะก้มตาม ทำให้น้ำกระฉอกออกจากจาน กัปปะจะอ่อนแรงลง และพ่ายแพ้ในที่สุด ซึ่งจะทำให้กัปปะเสียใจอย่างมาก นิสัยของกัปปะ คือ ชอบกินแตงกวา ในฤดูเก็บเกี่ยวแตงกวาของเกษตรกร ที่ญี่ปุ่นจึงมีธรรมเนียมการลอยแตงกวาลงแม่น้ำ เพื่อเซ่นวารีเทพ และทำทานให้ผีอดโซ เป็นที่มาของเรื่องเล่าที่ว่า หากชายใดแก้ผ้าลงเล่นน้ำในแม่น้ำ อาจถูกกัปปะดึงของลับ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแตงกวาที่เอามาเซ่น กัปปะมีนิสัยที่ขี้เล่นและอยากรู้อยากเห็น ซึ่งบางครั้งก็เป็นอันตรายกับมนุษย์

กัปปะมีความอันตรายเช่นเดียวกับผีร้ายอื่นๆ มีเรื่องเล่าอยู่เสมอๆ ว่ากัปปะเคยหลอกล่อให้คนลงไปในน้ำ มักจะลากม้า หรือเด็กๆลงแม่น้ำจนจมน้ำตาย หากถูกชาวประมงจับได้ มันจะปล่อยตดออกมาป้องกันตัว ซึ่งเหม็นบรรลัย ทั้งยังมีเรื่องเล่าที่ว่า กัปปะจะคอยแอบอยู่แถวๆ ส้วม เมื่อคนเผลอมันจะแกล้งโดยใช้นิ้วสวนทวาร ซึ่งพฤติกรรมพิเรนนี้ อาจทำให้มันถูกคนจับตัวได้ แต่กัปปะมีความสุภาพอ่อนน้อมและมีสัมมาคาราวะมาก กัปปะเป็นพรายที่มีความคิดความรู้สึกผิด มันจะขอโทษโดยการจับปลามาให้ที่หน้าประตูบ้านทุกวัน หรือไม่ก็มอบยาสมุนไพรชั้นเลิศที่มันปรุงขึ้นมาให้ ซึ่งกัปปะมีความเชี่ยวชาญด้านการปรุงยาลี้ลับอย่างมาก

ความเชื่อเรื่อง กัปปะ มีกระจายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น มีตำนานเล่าว่ามีช่างไม้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ชื่อ ฮิดาริจินโกโร่ อ้างว่าตุ๊กตาไม้ที่เขาทำโยนลงน้ำ กลายเป็นกัปปะไป อีกตำนานก็เล่าว่า เดิมกัปปะเป็นเทพที่ดูแลแม่น้ำลำคลอง แต่เมื่อมนุษย์เลิกนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กัปปะเลยตกชั้นเป็นเพียงภูติผีธรรมดา

อาจเป็นไปได้ว่า สิ่งที่มีบุคคลเห็นปีศาจชนิดนี้ คือ สัตว์บางประเภทเช่น นาก หรือ ลิง มาก้มดื่มน้ำในเวลากลางคืนก็ได้ ปัจจุบัน เรื่องราวของกัปปะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ละคร หรือการ์ตูนต่าง ๆ มากมาย เช่น ตัวละคร ซูเนโอะ ในเรื่องโดราเอมอน ก็นำมาจากกัปปะนั่นเอง โดยมากแล้ว กัปปะ ที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ นั้น มักจะไม่มีภาพของความน่ากลัวหรือเป็นอันตราย ซึ่งต่างไปจากความเชื่อดั้งเดิม

               โปรดตามติดในตอนต่อไป ห้ามพลาดจ้ะ!!!

พิพิธภัณฑ์สามมิติ

korea-0006

สวัสดีคนที่กำลังคิดจะไปทัวร์เกาหลีทุกท่านครับ เป็นที่ทราบกันดีครับว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นจำนวนของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เลือกไปทัวร์เกาหลีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี ซึ่งต้องบอกว่านอกจากสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ของเกาหลีที่เราทราบกันดีอยู่แล้วยังมีสถานที่อีกสถานที่หนึ่งที่คนที่ไปทัวร์เกาหลีต้องไปเยือนให้ได้ครับเพราะที่นี่เหมาะอย่างยิ่งแก่การถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมากนั่นซึ่งก็คือ “พิพิธภัณฑ์สามมิติ” นั่นเอง

               พิพิธภัณฑ์สามมิติของประเทศเกาหลีนั้นมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะสามมิติ Trick eye โดยพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่แห่งนี้ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเฉพาะทางขนาดใหญ่ที่รวบรวมและจัดแสดงงานศิลปะภาพวาดลวงตาไว้นับร้อยชิ้น ซึ่งผลงานเหล่านี้ได้ถูกแบ่งเป็น 3  Hall ใหญ่ ได้แก่ 1) ห้องแสดงภาพ, 2) ห้องตำนานกรีซ และ 3) ห้องซานโตรินี่ โซลซึ่งถือเป็นพื้นที่หลักของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ 

นอกจากจะมีภาพลวงตามากมายให้ได้เลือกชมและถ่ายรูปแล้วพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีจุดไฮไลท์คือน้ำตกที่ผลิตขึ้นจากชิ้นส่วนของหินอ่อนจากประเทศกรีซซึ่งน้ำตกนี้จะตกแต่งอยู่บริเวณจตุรัสศูนย์กลางพิพิธภัณฑ์และยิ่งไปกว่านั้นยังได้มีการจำลองทิวทัศน์ของคาเฟ่กลางแจ้งรวมไปถึงเกาะซานโตรินี่ชื่อดังเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพิพิธภัณฑ์สามมิติแห่งนี้อีกด้วยครับ

« Older Entries